ความหมายของใบเหลืองใบแดงในเกมฟุตบอลคืออะไร

เหตุใดต้องมีใบเหลืองใบแดงในเกมฟุตบอล

การแข่งขันกีฬานั้นย่อมต้องมีกฏกติการะบุเอาไว้อย่างชัดเจน ขณะที่การทำผิดกฏของนักกีฬานั้นก็จะต้องมีบทลงโทษในรูปแบบต่างๆ ซึ่งการทำผิดกติกาในเกมการแข่งขัน ฟุตบอล หรือที่เราเรียกกันติดปากว่าทำฟาวล์ ในบางครั้งหากว่ารุนแรงก็จะต้องได้รับโทษ ซึ่งการคาดโทษนั้นก็ถูกแทนในเชิงสัญลักษณ์ด้วยใบเหลืองและใบแดงนั่นเอง

สำหรับการฟาวล์รุนแรงในระดับแรกนั้นจะถูกคาดโทษด้วย ใบเหลือง ขณะที่การทำฟาวล์รุนแรงในระดับสูงสุดนั้นก็จะได้รับใบแดง ซึ่งนักฟุตบอลที่ได้ใบแดงไปนั้นจำเป็นต้องออกจากการแข่งขันทันที ขณะที่การได้รับใบเหลือง 2 ใบนั้นก็จะมีค่าเท่ากับใบแดง ต้องออกจากการแข่งขันเช่นเดียวกัน

ขณะที่ในส่วนของใบแดงนั้น นอกเหนือจากการรับโทษในเกมการแข่งขันแล้ว มันยังจะส่งผลต่อตัวนักเตะที่ได้รับใบแดงสำหรับแมตช์ต่อๆ ไปด้วย เนื่องจากว่าจะต้องติดโทษแบนห้ามลงสนาม ส่วนจะเป็นจำนวนกี่เกมนั้นก็ขึ้นอยู่กับการระบุของฝ่ายจัดการแข่งขัน

การเริ่มนำมาใช้ การระงับ และการนำใบเหลืองใบแดงกลับมาใช้ใหม่

ระบบการคาดโทษด้วย ใบเหลืองใบแดง ในฟุตบอลนั้นมีการเริ่มใช้ครั้งแรกตั้งแต่ ฟุตบอลโลก 1970 ที่แข่งขันกันที่ประเทศเม็กซิโก และมันก็ยังคงถูกใช้งานนับตั้งแต่นั้นเป็นต้นมา โดยมันถูกริเริ่มขึ้นเนื่องจากการสื่อสารต่างภาษาระหว่างผู้ตัดสินกับนักเตะที่อาจเข้าใจไม่ตรงกัน เมื่อใช้ใบเหลืองและใบแดงก็จะได้เข้าใจตรงกันนั่นเอง

การแจกใบแดงที่โด่งดังที่สุดในประวัติศาสตร์

ตลอดประวัติศาสตร์ของวงการฟุตบอล มีการแจก ใบแดง กันหลายต่อหลายครั้ง แต่ที่โด่งดังที่สุดก็น่าจะเกิดขึ้นใน ฟุตบอลโลก 1998 เป็นเกมระหว่างทีมชาติอังกฤษกับอาร์เจนตินา เดวิด เบ็คแฮม ของอังกฤษถูกยั่วโมโหจนหงุดหงิด แล้วไปยกเท้าใส่ ดิเอโก้ ซิเมโอเน่ ทำให้เขาถูกใบแดง

การถูกไล่ออกของ เบ็คแฮม ทำให้อังกฤษต้องเหลือผู้เล่นเพียงแค่ 10 คน จากนั้นพวกเขาก็ไปแพ้ดวลจุดโทษ เหตุการณ์ครั้งนั้นทำให้มิดฟิลด์ดาวดังรายนี้ตกเป็นเป้าโจมตีจากแฟนบอลภายในประเทศทันที ก่อนที่เขาจะค่อยๆ เรียกคืนความนิยมกลับมาได้ในภายหลัง

นี่คือเรื่องราวที่น่าสนใจสำหรับใบเหลืองและใบแดงในวงการฟุตบอล ซึ่งก็เชื่อว่ามันน่าจะให้สาระความรู้สำหรับใครก็ตามที่ยังไม่เคยทราบ หลังจากนี้ไปเมื่อชมเกมการแข่งขันแล้วเห็นผู้ตัดสินควักมันออกมาจะได้เข้าใจในความหมายอย่างถ่องแท้